hifu, Ulthera

ulthera กับ hifu กับความจริงที่คุณต้องรู้

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน วันนี้กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ กับบทความสาระความรู้ดีๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องความสวยความงาม ซึ่งจะทำให้คุณมีบุคลิกภาพที่ดูดีขึ้นจากภายนอกสู่ภายใน สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำการทำหัตถการ 2 วิธีที่น่าสนใจและเป็นวิธีที่ปลอดภัย เห็นผลได้อย่างยาวนาน ให้ความเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้หน้าแข็งเป็นบล็อก ซึ่งการทำหัตถการที่เราจะมาแนะนำกันนี้ ก็คือการทำ ulthera กับ hifu ซึ่งการทำหัตถการ 2 ประเภทนี้ จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างมาดูกันเลยค่ะ

ulthera กับ hifu แตกต่างแต่ทำให้สวยได้เหมือนกัน

ulthera กับ hifu นั้นความปลอดภัยและมีความทันสมัยทั้งคู่ อีกทั้งยังมีการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ที่มีความเข้มข้นในระดับสูงเช่นเดียวกัน โดยคลื่นอัลตร้าซาวด์นี้ จะเข้าไปกระตุ้นทะลุทะลวงถึงผิวชั้นใน ซึ่งเรียกว่าชั้น SMAS ซึ่งในอดีตชั้นผิวนี้ไม่สามารถมีครีม, เซรั่ม หรือการทำหัตถการใดๆ เจาะลึกเข้าไปถึงชั้นผิวนี้ได้เลย เพราะว่าชั้นผิวนี้อยู่ลึกมากๆ ซึ่งมีวิธีเดียวที่จะสามารถเจาะลึกเข้าไปถึงชั้นผิวนี้ได้ นั่นก็คือ การทำศัลยกรรม การผ่าตัดเปิดแผลหนังหน้าเข้าไปเพื่อปรับปรุงรูปหน้าในชั้นผิว แต่ในปัจจุบันนี้คุณไม่จำเป็นต้องทำศัลยกรรมเพียงอย่างเดียว ก็สามารถเข้าไปปรับปรุงรูปหน้านี้ได้ด้วยการ ทำ ulthera กับ hifu

ulthera กับ hifu ถือกำเนิดจากไหน

ulthera  – สำหรับประเทศที่คิดค้น ulthera ขึ้นมา ก็คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการคิดค้นพัฒนาอย่างต่อเนื่องมานานหลายปี จนกระทั่งได้คุณสมบัติที่ดีที่สุด ได้การรับรองจาก US – FDA ซึ่งมีการตรวจสอบแบบเข้มงวดมากๆ เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค แต่ ulthera สามารถผ่านการตรวจสอบมาได้แบบสบายๆ นอกจากนี้ก็ยังมีงานวิจัยต่างๆ อีกมากมายที่รองรับคุณสมบัติของ ulthera อีกทั้งยังมีหน้าจอที่ทำให้คุณหมอและผู้เข้ารับบริการ สามารถมองเห็นและเช็คการลงพลังงานที่ผลักลงไปที่ชั้นผิวได้ตลอดเวลาแบบ Real Time ทำให้คุณทราบว่าตอนนี้ความร้อนลงไปถึงชั้นผิวหนังไหนแล้วและลงไปตรงส่วนไหนบ้าง แม้แต่ผู้เข้ารับบริการเองก็จะได้ดูด้วย ทำให้คุณวางใจหายห่วงได้ทุกขั้นตอนว่ามีความโปร่งใสจริงๆ ซึ่งจากการที่คลื่นพลังงานทะลุทะลวงได้อย่างลึกขนาดนี้ มาจากการใช้พลังงานความร้อนถึง 65 องศาเซลเซียส ซึ่งก็จะทำให้มีความเข้มข้นสูงเพราะฉะนั้นผลลัพธ์ของการ ulthera ก็จะอยู่ได้นานมาก เพียงแค่คุณทำ 1 ครั้งก็จะอยู่ได้อย่างยาวนานถึง 2 ปีเลยทีเดียว แต่ผู้เข้ารับบริการบางคน ก็อาจจะอยู่ได้น้อยกว่านี้ หรือมากกว่านี้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองเป็นสำคัญด้วย เพราะว่าถ้าคุณทำ ulthera ไปแต่คุณไม่ดูแลตัวเอง ก็อาจจะย่นระยะเวลาในการเห็นผลได้ แต่ถ้าคุณทำควบคู่ไปกับการดูแลตัวเองด้วยไม่ว่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงจากแสงแดด การทาครีมป้องกันแสงแดด การดื่มน้ำ การทานอาหารที่มีประโยชน์ การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ รับรองเลยค่ะว่าจะอยู่คงทนยาวนาน คุ้มค่าเงินคุ้มค่าเวลาอย่างแน่นอน

Hifu – มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งคุณผู้อ่านก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประเทศเกาหลีใต้ มีความโดดเด่นในเรื่องของการทำศัลยกรรม ในเรื่องของความสวยความงามการทำหัตถการต่างๆ มาก เพราะฉะนั้น จึงผ่านการคิดค้นมาอย่างดีเช่นเดียวกัน โดยแบรนด์ของเครื่องในอดีตจะมีเพียงแค่ของเกาหลีใต้อย่างเดียวเท่านั้น แต่ต่อมาเมื่อได้รับความนิยมมากขึ้น ก็มีการผลิตทั้งจากบริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศยุโรป บริษัทในจีน ผสมรวมกัน ซึ่งก็อย่างที่บอกนะคะว่า Hifu นั้นมีการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์เช่นเดียวกัน หากแต่ว่าคลื่นนี้จะมีการส่งพลังงานเข้าไปยังชั้นผิว SMAS น้อยกว่า จะทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บน้อยกว่า แต่ว่าผลลัพธ์ของการทำ Hifu นั้นก็จะอยู่ได้น้อยกว่า ประมาณ 6-8 เดือน ทำให้ใน 1 ปี ผู้เข้ารับบริการก็สามารถเข้ามาทำได้ปีละ 2-3 ครั้ง นอกจากนี้เครื่อง Hifu นี้ ยังไม่สามารถตรวจสอบหรือเช็คการใช้พลังงานในชั้นผิวแบบ Real Time ได้ด้วย
เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพในการรักษาที่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเครื่องที่ใช้ว่า มีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน มีการตรวจสอบมาเป็นอย่างดีหรือไม่ รวมทั้งยังขึ้นอยู่กับความสามารถทักษะ ประสบการณ์ รวมทั้งเทคนิคเฉพาะตัว ของคุณหมอแต่ละคนด้วยค่ะ ถ้าผู้เข้ารับบริการได้ทำกับคุณหมอที่มีฝีมือดี มีประสบการณ์สูง รับรองเลยว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะพึงพอใจอย่างแน่นอน หากแต่ว่า ถ้าผู้ที่ทำ Hifu ให้คุณ นั้นไม่ได้เป็นหมอ ก็อาจจะเป็นพนักงานในคลินิกหรือคลินิกที่ไม่ได้คุณภาพ ใช้เครื่องที่ไม่มีคุณภาพ ผิวหน้าของคุณก็อาจจะออกมาไม่ดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากจะมาเตือนให้คุณผู้อ่านได้ทราบกันในวันนี้อีกประการหนึ่ง ก็คือ การเลือกคลินิกที่มีคุณภาพ พร้อมต้องตรวจสอบว่ามีการตั้งคลินิกอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ นำชื่อของคุณหมอที่ทำหัตถการไปสืบค้นอินในอินเตอร์เน็ตว่า เขาจบแพทย์ทางด้านศัลยกรรม ทางด้านผิวหนัง หรือทางด้านความสวยความงามมาจริงหรือไม่ เพราะว่าถึงจะเป็นคุณหมอเหมือนกันแต่ว่าในแต่ละสายนั้น ก็มีวิชาการเรียนที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดก็คือ การทำหัตถการกับคุณหมอแพทย์ผิวหนังค่ะ

ulthera กับ hifu พลังงานเหมือนกันแต่ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันในแต่ละบุคคล

Hifu คือ การใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์มาแปลงเป็นพลังงานความร้อน ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการทำ ulthera ซึ่งช่วยในการกระตุ้นในการสร้างคอลลาเจน พร้อมปรับรูปหน้าให้เกิดความเรียวงาม หากแต่ก็จะมีความแตกต่าง ในเรื่องของความเข้มข้น ในการส่งผ่านคลื่นจะลดน้อยลงกว่า ซึ่งข้อดีก็คือ เจ็บน้อยที่สุดเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยทำหัตถการมาก่อนเลยอยากลองทำดู หรือผู้ที่กลัวเจ็บมากๆ อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยมีปัญหา ในเรื่องของความอย่างหย่อนยานเท่าไหร่นักทางแต่อาจจะเป็นผู้ที่มีไขมันสะสมอยู่บริเวณใบหน้าเยอะ หน้าไม่ชัด ไม่เป็นกรอบ ก็จะสามารถตอบโจทย์คุณได้ เพราะว่าการละลายไขมัน ในการสร้างให้เป็นกรอบนั้น ใช้ความร้อนในระดับที่ไม่ต้องหนักมากก็เพียงพอแล้ว

จุดเด่น ulthera กับ hifu

สำหรับในเรื่องของจุดเด่นนั้น เราขอสรุปให้คุณผู้อ่านเข้าใจแบบสั้นๆ ง่ายๆ ก็คือ ulthera จะเน้นไปที่การยกกระชับ เพราะตัวการทำงานของคลื่นนั้น มีการส่งคลื่นลงไปใต้ชั้นผิวหนังในระดับลึก ส่งผลทำให้ไขมัน รวมทั้งกล้ามเนื้อที่มีความหย่อนคล้อยนั้น ได้รับการยกกระชับกลับมาในจุดเดิม เพราะฉะนั้นการทำ ulthera จึงเหมาะกับผู้เข้ารับบริการ ที่มีริ้วรอยลึกเยอะ และมีความเหี่ยวย่น ปรากฏอย่างชัดเจนเพิ่มมากขึ้น หากแต่สำหรับ hifu นั้น เหมาะสำหรับผู้เข้ารับบริการที่อาจจะมีริ้วรอยปรากฏขึ้นมาเพียงเล็กน้อย หรือปรากฏเพียงแค่บางจุดเท่านั้น ไม่ต้องการทำทั้งใบหน้า แต่จะทำเป็นเฉพาะจุดไปอีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการละลายสลายไขมันบนใบหน้า ที่มีสะสมอยู่เยอะ ซึ่งการทำ Hifu ก็จะมีราคาถูกกว่า การ ทำ ulthera และประสิทธิภาพนั้น ก็จะอยู่ได้น้อยกว่า เพียงแต่ว่าก็อยากจะขอให้คำแนะนำคุณผู้อ่านว่า ก่อนที่จะตัดสินใจทำหัตถการประเภทใดนั้น นอกจากจะสำรวจความต้องการของตัวเองแล้ว ว่าต้องการแก้ไขในเรื่องไหนบ้าง ไม่พอใจใบหน้าของตัวเองในเรื่องใด ก็สามารถที่นำความต้องการนี้ ไปปรึกษาคุณหมอได้ เพราะว่าการรักษานั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคุณหมอด้วย เนื่องจากว่าถ้าคุณหมอมีจรรยาบรรณ ก็จะแนะนำในสิ่งที่ดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดกับผู้เข้ารับบริการนั้นเพราะบางครั้งการทำหัตถการบางอย่าง ก็เกินความต้องการของผู้เข้ารับบริการนั่นเอง และนี่ก็คือความรู้ดีๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ หวังว่าคุณผู้อ่านคงจะมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นแล้ว และเมื่อมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นแล้ว หลังจากที่ไปทำก็ไม่ต้องกังวลว่า จะเห็นผลดีเมื่อไหร่ หรือจะไม่เห็นผล ซึ่งก็ขอให้คุณทำใจให้สบายและเข้ารับบริการอย่างมีความสุขนะคะ