Thermage

thermage กับ botox แบบไหนดีกว่า มาหาคำตอบกัน

สำหรับคุณผู้อ่านที่เริ่มต้น อยากจะหันมาเสริมความสวยงามให้แก่ตัวเอง เนื่องจากพบปัญหาที่แปรเปลี่ยนไปตามอายุ และการใช้ชีวิตอย่างหนักหน่วงในแต่ล่ะวัน นั่นก็คือการรอยริ้วรอยร่องลึกต่างๆ ที่อยากจะฟื้นฟูให้ใบหน้าของคุณดีขึ้นภายในระยะเวลาอันรวดเร็วระดับหนึ่ง และเห็นผลได้ชัด ซึ่งมีความต้องการในการผ่านการดูแลจากคุณหมอ รวมทั้งคลินิกที่มีชื่อเสียง มีคุณภาพดี ให้บริการดี โดยในปัจจุบันนี้ถ้าพูดถึงการทำหัตถการ ประเภทการยกกระชับ ลดเลือน ริ้วรอยต่างๆนั้น ในปัจจุบันนี้ต้องขอบอกเลยว่า มีหลายวิธีมากและล้วนความปลอดภัยด้วยกันทั้งสิ้น โดยในแต่ละวิธีนั้นต่างก็มีจุดเด่น-จุดด้อยที่เหมาะสม ต่อผู้เข้ารับบริการแต่ละคนที่แตกต่างกันไป

thermage กับ botox การทำหัตถการที่คุณต้องรู้

ซึ่งถ้าพูดถึงวิธีการยกกระชับใบหน้าในอดีตที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้น Botox เพราะเห็นผลดีได้อย่างรวดเร็ว ทำซ้ำได้ แต่หลังจากที่ทางการแพทย์เกิดวิวัฒนการเป็นต้นมา จึงเกิดการทำหัตถการประเภทอื่นๆ ขึ้นมาอีกมากมาย เช่น thermage, Hifu, Ulthera และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจากตัวอย่างที่เราได้ยกมานี้ ขอบอกเลยนะคะว่า การทำหัตถการประเภทนี้ สามารถช่วยในการยกกระชับผิวหน้าได้จริง! หากแต่ในแต่ละชนิด ต่างก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้เข้ารับบริการ ที่แตกต่างกันไป สำหรับวันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า ระหว่างการทำ thermage กับ botox ทั้งสองประเภทนี้ ประเภทไหนช่วยตอบโจทย์กับสภาพผิวหน้าของคุณได้ดีกว่ากัน และจากทั้ง 2 ประเภทนี้มีข้อดีและข้อด้อยอย่างไร ก็จะได้รับทราบเอาไว้ ก่อนที่จะตัดสินใจทำจริงจะได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

thermage กับ botox มาทำความรู้จักกัน

สำหรับ thermage คือ นวัตกรรมทางการแพทย์ ซึ่งสร้างมาพร้อมใช้งานตั้งแต่ปี 2000 แล้ว เมื่อคุณผู้อ่านทราบแล้วอาจจะตกใจ เพราะนึกว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม thermage ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงพร้อมพัฒนามาอย่างต่อเนื่องแล้ว จึงจะเรียกว่าเป็นนวัตกรรมสมัยใหม่ก็คงไม่ผิดนัก ซึ่งการทำ thermage เป็นการใช้เทคโนโลยี คลื่นวิทยุ หรือ Radio frequency ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบขั้วเดียว จึงช่วยในการกระตุ้นชั้น SMAS ได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะสำหรับการทำชั้นใต้ผิวหนัง ที่อยู่ลึกถึงบริเวณกล้ามเนื้อเลยทีเดียว จึงให้เจ้าเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการสร้างคอลลาเจน ถูกกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมาก เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่จะได้ ก็คือ ริ้วรอยความหย่อนคล้อยเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าดีขึ้น ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานี้ thermage ก็ได้มีการพัฒนาช่วงคลื่นให้เกิดความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถเจาะลงสู่ชั้นผิวได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเจ็บปวดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย สำหรับในรุ่นใหม่ๆ นอกจากนี้ข้อดีของการใช้คลื่นวิทยุ ก็คือ สามารถทำที่บริเวณส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อีกด้วย

botox

สำหรับสิ่งที่คุณผู้อ่านจะต้องทราบก่อนเลยก็คือ botox คือชื่อของยี่ห้อ โดยชื่อจริงๆ ของสารตัวนี้ก็คือ Botulinum neurotoxin แต่ผู้คนต่างเรียกติดปากกันว่า Botox เสียแล้ว เพราะฉะนั้นจึงสื่อถึงการทำหัตถการประเภทเดียวกันนี้ล่ะ หลักการของการทำ Botex ก็คือ การทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง อีกทั้งยังมีการลดการทำงานในส่วนนั้นลง ส่งผลช่วยในเรื่องขงการลดริ้วรอยในส่วนต่างๆ ของใบหน้า เช่น รอยตีนกา, รอยเหี่ยวย่นตามมุมต่างๆ ของใบหน้า , ความหย่อนคล้อยใต้ตา, รอยย่นบริเวณคอ เท่านั้นยังไม่พอคุณสมบัติพิเศษของ Botox ก็คือ ช่วยลดเหงื่อ, ลดเท้า, ลดกลิ่นตัวจากรักแร้ อีกทั้งยังช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อใหญ่ๆ ได้อีกด้วย  เช่น  ลดขนาดกราม ลดขนาดน่องที่โต เป็นต้น เรียกได้ว่ามีความพิเศษเป็นอย่างมาก ซึ่ง Botox เองก็ได้มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาเช่นเดียวกัน โดยช่วยในเรื่องของการลดหรือหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อ มาใช้วิธี การชดเชยการทำงาน รวมทั้งช่วยในการการกระตุ้นคอลลาเจนของร่างกายแทน ส่งผลทำให้ Botox รุ่นใหม่ๆ ถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง เกิดผลดีต่อผู้เข้ารับบริการ อีกทั้งยังช่วยในการลดขนาดใบหน้าที่ มีส่วนเกินจากไขมัน ลดขนาดแขนใหญ่ ช่วยในการยกหน้าอกที่หย่อนยานให้ตั้งตึง อีกทั้งยังช่วยในการลดขนาดน่อง โดยไม่ลดขนาดของกล้ามเนื้อแต่อย่างใด เพราะมนุษย์จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อในการเผาพลาญไขมัน และเสริมสร้างความแข็งแรง  สำหรับคำแนะนำหลังจากที่คุณฉีด Botox ไปแนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีความร้อนจัด เช่น การอบสตรีม, การเข้าเซาว์น่า, การอาบน้ำร้อนจัด เนื่องจากจะทำให้เกิดความช้ำง่าย อีกทั้งยังทำประสิทธิภาพของ BOTOX ลดลงอีกด้วย

thermage กับ botox ทำร่วมกันได้ไหม?

การทำหัตถการลดริ้วรอยนั้น สามารถทำร่วมกันได้ เพื่อออกแบบวิธีรักษาที่เหมาะกับผู้เข้ารับบริการในแต่ล่ะคน thermage กับ botox เองก็สามารถทำร่วมกันได้ การทำ Thermage จะช่วยในการยกกระชับใบหน้า ส่งผลทำให้หน้าเพรียวลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อนำมาร่วมกับการฉีด Botox บริเวณใต้คาง ก็จะช่วยทำให้ใบหน้าของคุณแลดูเล็ก และมีความเรียวลงอย่างเห็นได้ชัดเจน สำหรับ thermage กับ botox โดยเริ่มจากการทำ thermage ก่อน ซึ่งก็คือการใช้คลื่นวิทยุ ยิ่งส่งตรงลงไปในชั้นผิว ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเส้นใยคอลลาเจนที่อ่อนแอ มีความหย่อนคล้อย ทำให้กลับมามีความแข็งแรง ช่วยยึดเนื้อเยื่อของใต้ชั้นผิวหนังได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวเกิดความยืดหยุ่นในระดับสูง อีกทั้งยังช่วยทำให้ผิวกระชับขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าของผู้เข้ารับบริการที่มีขนาดใหญ่และดูเล็กลงมากทีเดียว
ระยะเวลาการทำ Thermage จะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ล่ะคน แต่ส่วนใหญ่แล้วที่พบก็จะใช้เวลาประมาณ 30 – 40 นาที เมื่อทำ Thermage เสร็จแล้ว คราวนี้ก็สามารถฉีด Botox ได้ทันที ซึ่งปริมาณของ Botox นี้ก็จะขึ้นอยู่กับความหย่อนคล้อยของในแต่ล่ะคนด้วยนั่นเอง ซึ่งการฉีด Botex จะไม่ได้ใช้ยาชา เพียงแต่จะมีการบรรเทาความเจ็บด้วยการใช้เจลประคบเย็นให้เกิดความชาที่ผิว หลังจากนั้นก็ทำการฉีดเข้าไปเลย ซึ่งการฉีด Botex นี้แทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย ยิ่งคุณทำกับคุณหมอที่มีฝีมือคุณจะไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ ค่ะ แถมการฉีดเข้าไปในแต่ละข้างใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น คุณจะต้องงงเลยว่า ฉีดแล้วจริงๆเหรอ?


สำหรับ Thermage จะเห็นผลอย่างเต็มที่ 1-2 เดือนขึ้นไป ส่วน Botox เห็นผลเต็มที่ 2-3 สัปดาห์เท่านั้น

ทั้งนี้ไม่ว่าคุณผู้อ่านจะเลือกทำ Thermage หรือ Botox หรือจะทำทั้ง 2 อย่างพร้อมกันก็ตาม ก็ต้องขอแนะนำให้คุณผู้อ่าน เลือกใช้บริการกับคลินิกที่มีคุณภาพ และอย่าลืมตรวจสอบประวัติความเป็นมา ของคุณหมอที่จะให้บริการแก่คุณด้วย รวมทั้งพยายามติดตามดูผลงานของคุณหมอท่านนั้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะตัดสินใจทำ หรือขอดูผลงานเก่าๆ ที่คุณหมอเก็บเป็นแฟ้มของคนไข้เอาไว้ เพื่อที่ว่าคุณจะได้มั่นใจว่า คุณหมอท่านนี้มีฝีมือจริง เพราะต่อให้เครื่องมือหรือประสิทธิภาพของยาดีแค่ไหน แต่ถ้าคุณหมอไม่มีฝีมือ อ่านรูปหน้าของผู้เข้ารับบริการไม่ออก ฉีดสารเติมเต็มมากเกินไปประเมิน CC ไม่พอดี หรือใช้เครื่องไม่เป็น ต่างก็มีผลที่จะทำให้ใบหน้าของคุณได้ผลลัพธ์ออกมาไม่ดีเช่นเดียวกันเพราะฉะนั้น เราจึงอยากจะฝากข้อคิดเอาไว้นิดหนึ่งว่า การทำหัตถการหรือแม้แต่การทำศัลยกรรมประเภทใดก็ตาม คุณจะต้องมีความใส่ใจในการเลือกใช้บริการอยู่เสมอ ศึกษาในหลายๆ แง่มุม ทั้งข้อดีและข้อด้อย อย่าเห็นแก่ของถูกเสมอไปแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า บางครั้งของแพงก็ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่า ผลงานนั้นจะออกมาดีกว่าของถูกเพราะฉะนั้นจึงดูกันที่ฝีมือในระยะยาวด้วยค่ะ จะได้ออกมาสวยๆและปลอดภัยไปไหนก็มั่นใจทั้งนั้น