Thermage, ร้อยไหม

thermage กับ ร้อยไหม ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน

การทำ thermage กับการร้อยไหมให้สรรพคุณ ในทางเดียวกันคือการสร้างคอลลาเจน กระตุ้นผิวให้กระชับ แต่ทั้งสองอย่างมีข้อแตกต่างกัน เราไปดูกันเลยว่าต่างกันอย่างไร

Thermage คืออะไร

เป็นเครื่องปล่อยความถี่สูงที่เน้นการกระชับผิว เพื่อให้ผิวเร่งสร้างคอลลาเจน โดยที่ไม่ต้องใช้เข็ม โดยตัวเครื่องจะส่งคลื่นความถี่ที่ร้อนจนลึกไปจนถึงชั้นไขมัน ซึ่งการใช้เครื่องแบบอื่นยังไม่สามารถส่งไปถึงได้ จึงทำให้คอลลาเจนถูกกระตุ้น และผิวชั้นนอกก็ยังตึงกระชับอีกด้วย และเครื่องตัวนี้ได้รับ อ.ย. ทั้งจากสหรัฐอเมริก และของไทย ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยแน่นอน


การทำ thermage ให้ผลลัพธ์อย่างไร

ตัว Thermage จะช่วยในเรื่องการกระชับผิว รวมทั้งเป็นการลดไขมันไปในตัว ไม่ใช่เพียงแค่ผิวหน้า แต่ยังสามารถทำกับการลดไขมันในส่วนต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะหน้าท้อง ทั้งยังช่วยเรื่องหน้าท้องแตกลายในคุณแม่ที่คลอดลูกแล้วหน้าท้องแตกลาย มีความหย่อยคล้อย จะช่วยได้มากเลยทีเดียว ดังนั้นจึงทำให้ใครๆ ก็ชอบทำเทอร์มาจเป็นอย่างมาก แล้วคุณล่ะอยากลองมาทำบ้างหรือเปล่า

เรื่องต้องรู้ กับการทำ thermage

การเข้าใช้บริการควรเข้ารับการปรึกษาจากคลินิกที่นำเข้าโดยตรง เพราะในปัจจุบันตัวเครื่องยังมีแค่รุ่นเดียว หัวทิปที่ใช้กระจายความร้อนจะมีสีเดียว ซึ่งทำให้สังเกตได้ง่ายว่าเป็นเครื่องทำ Thermage  ของจริง เวลาทำจะใช้เวลาประมาณ 1- 2 ชั่วโมง และจะเห็นผลทันที เพราะคอลลาเจนจะหดตัว และเห็นผลที่ชัดขึ้นในระยะเวลา 6 เดือน

การทำThermage ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากๆ เช่นผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยบางประเภท ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการเข้ารับการทำ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง โดยแพทย์จะพิจารณาว่าทำได้หรือไม่ หากมีความเสี่ยงสูงก็จะไม่อนุญาตให้ทำเด็ดขาด

ในรุ่นใหม่ๆ ตัวเครื่องถูกพัฒนาให้ช่วงที่ทำการจะไม่มีการทำให้ผู้เข้าใช้บริการ เจ็บหรือแสบด้วยหัวที่กระจายความถี่จะมีตัวป้องกันในเรื่องความร้อนสำหรับผู้เข้ารับการบริการ และควรใช้บริการอย่างต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง หลังจากทำครั้งแรก เพราะจะช่วยให้ผิวฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องราคาควรเช็คให้แน่ใจว่าราคาที่เข้ารับบริการนั้นถูกต้อง เพราะราคาที่ถูกกว่าที่อื่นอาจไม่ใช่การทำThermage ด้วยต้นทุนของค่าเครื่องค่อนข้างสูงดังนั้นผู้เข้าใช้บริการควรเช็คให้ชัวร์ก่อนใช้บริการทุกครั้ง

ร้อยไหม คืออะไร

การร้อยไหมคือการใช้ ไหมละลายที่นิยมใช้ในการผ่าตัดหัวใจ นำมาร้อยเข้าตรงจุดที่ใบหน้ามีปัญหาการหย่อยคล้อย มีรอยหนวดแมว ร่องแก้มลึก ยกกระชับผิว เป็นการใช้เข็มซึ่งผู้เข้ารับการร้อยต้องมีการวางยาชา หรือทายาชาตามจุดที่ต้องการร้อย

การร้อยไหม ให้ผลลัพธ์อย่างไร

1.ช่วยในเรื่องการยกกระชับใบหน้า กระตุ้นการสร้างคอลลเจนในใบหน้าทำให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมผิวจากแผลที่เกิดจากการร้อยช่วยให้ใบหน้าเต่งตึงขึ้น

2.นอกเหนือจากการร้อยใบหน้ายังสามารถร้อยไหมที่จมูกเพื่อให้จมูกโด่งอย่างเป็นธรรมชาติได้ด้วย ด้วยการร้อยล็อคจมูก ซึ่งจะทำให้จมูกไม่แหลมเหมือนกันใส่ซิลิโคน เหมาะกับคนที่ปลายจมูกงุ้มลงเป็นการแก้ไขให้ปลายจมูกโด่งได้โดยไม่ต้องพักฟื้นมาก

3.ใบหน้าเต่งตึงขึ้นทันทีในการร้อยครั้งแรก และเมื่อหายบวมใบหน้าจะดูเด็กลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะการร้อยไหม่เป็นการสร้างแผลในชั้นผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้ใบหน้าเร่งซ่อมแซมเนื้อที่อักเสบจึงทำให้ใบหน้ามีการสร้างคอลลาเจน และมีเลือดฝาดขึ้น ใบหน้าจึงอมชมพูอย่างเห็นได้ชัด

4.ร่องแก้มจะหายไปหลังการร้อย ช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น หน้าจะเป็นวีเชฟอย่างเห็นได้ชัดและเนื้อคางที่เคยหย่อนคล้อยจะหายไปตึงกระชับในทันที ทีนี้คุณก็จะมีผิวที่ดูสวย และอ่อนเยาว์เหมือนผิวเด็กอีกครั้งแล้วล่ะ สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ

เรื่องต้องรู้ กับการร้อยไหม

เรามาดูเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับการร้อยไหมกันบ้างดีกว่า ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง อย่างไร

1.การร้อยไหมต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และคลินิกหรือโรคพยาบาลที่เข้ารับการบริการต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง และตัวไหมก็ต้องใช้ไหมแท้ ไม่ใช่ไหมเทียมเพราะไหมเทียมจะราคาถูกแต่ประสิทธิภาพจะแย่กว่า แต่ไหมเทียมก็ยังเป็นไหมที่ทางการแพทย์ใช้เพียงแต่อาจไม่ใช่ไหมละลายที่ดีนัก

2.ก่อนเข้ารับการร้อยไหม ต้องงดแอลกอฮอล์เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการอักเสบของร่างกายหากคุณเป็นสายปาร์ตี้ต้องงดก่อนแล้วนะ เพราะแอลกอฮอล์จะเป็นตัวกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนผิดปกติ และแอลกอฮอล์จะทำให้เลือดไม่บริสุทธิ์เพราะน้ำในเลือดจะหายไปและถูกแทนด้วยแอลกอฮอล์ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ หากไปร้อยไหมแล้วเกิดเลือดไม่หยุดไหล หรือเกิดแผลเป็นจากเข็ม

3.หากเป็นผู้ที่มีการใช้ยาเกี่ยวกับระบบเลือดต่างๆ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับใช้บริการ โดยเฉพาะยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด หรือผู้ที่เป็นเบาหวาน เพราะผู้เป็นเบาหวานแผลจะหายช้ากว่าคนทั่วไป อาจเกิดการติดเชื้อในแผลได้ และผู้เป็นเบาหวานเวลามีแผลการสมานกันของเนื้อแผลจะยาก และอาจทำให้การร้อยไหมไม่เกิดผลเพราะเนื้อเยื่อสร้างคอลลาเจนได้ช้า

4.ผู้ใช้บริการต้องไม่มีประวัติการเป็น คีลอยด์ หรือเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง เวลาร้อยไหมต้องใช้เข็มเจาะเข้าที่บริเวณใบหน้า หากผู้เข้าใช้บริการไม่แจ้งแพทย์อาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับแผลเป็นในระยะยาวได้ ดังนั้นอย่าลืมแจ้งให้ครบถ้วนด้วย

5.ผู้ใช้บริการต้องเข้ารับการปรึกษาแพทย์ก่อนการตัดสินใจร้อยไหม เพื่อฟังเรื่องความเสี่ยง ผลข้างเคียงของการร้อยไหม ประเมินใบหน้า ประเมินสภาพผิว และการดูแลตัวเอง ทั้งก่อนและหลังการใช้บริการ และเมื่อใช้บริการเสร็จ ต้องมีการประคบเย็นใบหน้าทุกๆ 2-4 ชั่วโมงและต้องปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ในทันที

thermage กับ ร้อยไหม ทำอะไรดีกว่า

การทำThermage จะเป็นการกระตุ้นด้วยคลื่นความถี่ ซึ่งไม่ต้องใช้เข็มเจาะ หรือวางยาชา ทั้งความร้อนของเครื่องจะช่วยสลายไขมันไปในตัว เพียงแต่ค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งค่อนข้างสูงมาก  ซึ่งการร้อยไหมก็ให้ผลลัพธ์ในการยกกระชับได้ดีเหมือนกัน การอยู่ตัวของไหมจะอยู่ที่ประมาณ 6 เดือน แล้วแต่การรักษาสุขภาพของผู้เข้าใช้บริการ ตัว Thermage ก็เช่นกัน หากผู้ใช้บริการ ไม่รักษาสุขภาพ ปล่อยให้ตัวเองอ้วนไม่ออกกำลังกาย ผลที่ปรากฏก็จะเหมือนๆกัน คือใบหน้าที่ทำมาก็จะหย่อนคล้อยได้ไวกว่าที่โฆษนาไว้ หากแต่ละอย่างมีราคาในการทำค่อนข้างต่างกันมาก ซึ่งต้องแล้วแต่ผู้เข้าใช้บริการว่าสะดวกแบบไหน เพราะถ้ามีการรักษาสุขภาพของตัวเองอย่างเหมาะสม ทั้งการร้อยไหมและการ Thermage ก็จะมีการคงสภาพไว้ที่ประมาณ 1 ปี เป็นอย่างต่ำ แล้วแต่เคสของผู้ที่เข้าใช้บริการ ถ้าการหย่อนคล้อยเกิดจากความอ้วนก็จะสามารถรักษาหลังทำ ด้วยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่หากเกิดจากอายุที่มากขึ้นอาจต้องทำการปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการบริการ ผู้ที่ต้องการใช้บริการต้องดูความพร้อมของตัวเองว่าพร้อมจะใช้บริการแบบไหน การใช้ชีวิตของคุณเป็นเช่นไร เพราะในแต่ละการบริการย่อมมีจุดอ่อนจุดแข็งที่แตกต่างกันเล็กน้อย ทั้งเรื่องเวลาในการเข้ารับบริการ การรักษาตัวเองหลังการใช้บริการ ซึ่งอย่างที่บอกคือทั้งสองอย่างให้ความกระชับทั้งสอง แต่ค่าใช้จ่ายจะต่างกันเท่านั้นเอง ดังนั้นคุณควรศึกษาดูก่อนว่า วิธีไหนที่ตรงใจคุณมากกว่า อย่างน้อยควรดูรีวิว และหาข้อมูลต่างๆเปรียบเทียบสถานที่บริการ ดูประวัติของแพทย์ผู้ให้บริการ เพื่อความมั่นใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้บริการ หลายๆที่ เอามาเปรียบเทียบดูว่า ที่ไหนดีกว่าการดูแลหลังการใช้บริการดีหรือไม่ แล้วค่อยตัดสินใจใช้บริการ