hifu

hifu กับ ร้อยไหม ยกกระชับต่างกันอย่างไร

ปัจจุบันนี้มีพัฒนาการทางการแพทย์ ในเรื่องของความสวยงามนั้น เรียกได้ว่าเป็นไปอย่างไร้ขีดจำกัด จึงทำให้มีทางเลือกมากมาย ซึ่งหนึ่งในปัญหาหลักอีกปัญหาหนึ่ง ที่มีผู้ใช้บริการแวะเวียนเข้ามาการเข้ามาใช้บริการเสมอ นั่นก็คือเรื่องของการยกกระชับใบหน้า เพื่อกำจัดความเหี่ยวย่น, หย่อนยาน, เก็บกรอบหน้าให้ได้รูปทรง ทำให้ในยามถ่ายรูป เวลาออกกล้องมีรูปทรงใบหน้าที่มีความคม, สวยงาม อีกทั้งการยกกระฉับนี้ ก็สามารถทำได้ทุกเพศ และเริ่มทำได้ตั้งแต่ที่อายุของผู้เข้ารับบริการนั้นขึ้นมาในระดับกลางๆ มีร่อยรอยจางๆ หรือแม้แต่ริ้วรอยที่มีระดับลึก ก็สามารถจัดการได้แล้ว ณ ปัจจุบันนี้โดยในอดีตวิทยาการทางการแพทย์ ในเรื่องของการเสริมความงาม ก็มีผู้ที่คิดค้นเทคนิควิธีการต่างๆ ซึ่งจะทำให้ใบหน้านั้นกลับมาเต่งตึง วิธีการเช่น การฉีดสารเติมเต็ม, ฉีดสารกระตุ้น, การนวดหน้ากระตุ้นต่างๆ ที่ได้รับความนิยมมาก หากแต่หนึ่งในปัจจุบันนี้ ในการกำจัดริ้วรอยที่ได้รับความนิยมมาก แน่นอนว่าคุณผู้อ่านจะต้องนึกถึง HIFU กับการร้อยไหม โดยการทำหัตถการทั้ง 2 ประเภทนี้ มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นก็คือ การยกกระชับใบหน้าที่ให้กลับมาสดใส เต่งตึง อีกครั้ง แต่คุณผู้อ่านทราบไหมคะว่าระหว่างการทำ hifu กับ ร้อยไหม นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และวิธีไหนดีกว่ากัน วิธีไหนที่ไหนเหมาะกับเข้ารับบริการแบบใด วันนี้เราได้นำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากกันแล้ว

มาทำความรู้จักกับร้อยไหมกันก่อน

การร้อยไหม คือ หนึ่งในเทคนิคการยกกระชับใบหน้าของแพทย์สมัยใหม่ มีข้อดีมากมาย และยังเห็นผลลัพธ์ได้จริง ด้วยการร้อยใบหน้าด้วยไหมละลายนี้ เป็นไหมทางการแพทย์ ซึ่งผ่านการทดสอบมาเป็นอย่างดี ไม่มีการต่อต้านจากร่างกายของมนุษย์ อีกทั้งจะยังค่อยๆ ละลายได้เองเมื่อเวลาผ่านไป โดยมีกรรมวิธีที่น่าสนใจ คือ แพทย์จะใช้ไหมละลายสอดเข้าไปในบริเวณใต้ผิวหนัง เพื่อที่จะส่งให้ไหมนี้เข้าไปช่วยกระตุ้น การไหลเวียนของโลหิต ให้มีความคล่องตัวมากขึ้นอีก อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ผิวหนัง สร้างคอลลาเจนขึ้นมาในจำนวนมากขึ้น จึงทำให้เป็นการผสมผสานของ 2 วิธี คือ กระตุ้นให้ผิวหนังสร้างคอลลาเจนและยกกระฉับขึ้นไปพร้อมๆ กัน จึงทำให้ได้ผลดีมาก แม้แต่ในผู้เข้ารับบริการที่มีใบหน้าหย่อนคล้อยแบบสุดๆ ก็ตาม

มาทำความรู้จักกับการทำ HIFU กันบ้าง

สำหรับการทำ HIFU ก็เป็นเทคนิคในการยกกระชับใบหน้า ในรูปแบบใหม่อีกรูปแบบหนึ่งเช่นเดียวกัน โดยมีวิธีคือใช้แสงอัลตร้าซาวด์ในการฉายแสงเข้าไปบนผิวหน้า สำหรับคำอธิบายที่จะทำให้คุณเข้าใจง่ายๆ ก็คือ เหมือนกับการใช้เตารีดรีดเสื้อผ้าให้เรียบนั่นแหละ เพียงแต่ว่าในการทำของจริงแล้วไม่ใช่วิธีที่น่ากลัวขนาดนั้น อีกทั้งยังไม่รู้สึกเจ็บมากด้วย และวิธีการทำ HIFU ที่ถูกต้อง ผิวหนังของผู้เข้ารับบริการจะต้องไม่ปรากฏร่องรอยแดง, รอยดำรอยดำ, รอยไหม้ , บริเวณชั้นผิวภายนอกเลยแม้แต่น้อย แต่อาจจะปรากฏความบวมบ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจะค่อยๆหายไปเอง ภายในระยเวลา 1 ชั่วโมง โดยผิวชั้นในจะได้รับการฟื้นฟู พร้อมกระตุ้นในการสร้าง Collagen อย่างมีประสิทธิภาพ ไขมันจะค่อยๆ หดตัวลง จากความร้อนที่ได้มาจากแสงอัลตราไวโอเลต สำหรับวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้เข้ารับบริการ ที่ไม่ต้องการใช้เข็มเจาะเข้าไปในบริเวณใบหน้า อีกทั้งยังทำได้ในหลายส่วนของร่างกาย ที่มีความหย่อนยาน หากแต่อย่างไรก็ตามสำหรับวิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนยานในระดับสูง เหมาะกับผิวหนังที่หย่อนคล้อยในระดับหนึ่งมากกว่า และนี่ก็คือความรู้ที่เกี่ยวกับ hifu กับ ร้อยไหม ที่คุณต้องรู้ก่อนเลือกทำ

hifu กับ ร้อยไหม  มีความแตกต่างกันอย่างไร

  • การทํา HIFU ไม่ทำให้เกิดบาดแผลภายนอก แต่การร้อยไหม จะต้องเกิดบาดแผลภายนอก โดยคุณหมอจะใช้เส้นไหมแทงเข้าไปในบริเวณผิวหนังของใบหน้า หลังจากนั้นจึงเรียงร้อยเส้นไหม ให้ยกกระชับใบหน้าจากภายใน
  • การทํา HIFU จะมีความเจ็บบ้าง แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขอการันตีว่า ผู้ใช้บริการสามารถทนเจ็บได้อยู่แล้ว และจะมีในส่วนของยาชาเข้ามาเสริม อีกทั้งยังไม่ทำให้เกิดผลใดๆ ต่อผิวชั้นนอก ไม่ต้องพักฟื้น ไปทำงานหรือไปใช้ชีวิตได้เลย ส่วนทางด้านการร้อยไหมจะต้องมีการใช้ยาชาเข้ามาช่วยด้วยเช่นกัน และจะมีเลือดรวมทั้งรอยช้ำเขียวปรากฏอยู่บนผิวหนัง หลังจากที่ทำเสร็จ แต่ไม่ว่าทั้ง 2 วิธีนี้จะมีความแตกต่างอย่างไร แต่การใช้ยาชาแบบทาเข้ามาช่วยก็จะช่วยบรรเทาอาการให้คุณได้ นอกจากนี้การร้อยไหม จำต้องใช้เทคนิคเฉพาะตัว ถ้าคุณสนใจในการร้อยไหมจริงๆ ควรศึกษาทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญจริงๆ ในเรื่องของการร้อยไหมจะดีที่สุด

hifu กับ ร้อยไหม มีข้อดีแตกต่างกัน

ข้อดีของการร้อยไหม ก็คือ จะช่วยยกกระชับผู้เข้ารับบริการที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยในแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้าหรือลำคอ ต้องการดึงกระชับให้ตึงให้ได้มากที่สุด หรือเหมาะกับผู้ที่มีอายุมากแล้ว ซึ่งชั้นผิวหนังสูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิวไปเยอะแล้วนั้นเอง ส่วนการทำ HIFU ก็เหมาะสำหรับผู้มีริ้วรอยในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร ก็สามารถใช้วิธีนี้ช่วยในแก้ไขได้ นอกจากนี้การร้อยไหมก็ยังให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนระยะยาวนานกว่า ซึ่งสามารถอยู่ได้ที่ 1 ปี แต่สำหรับการทำ HIFU นั้น สามารถอยู่ได้ตั้งแต่ 6 เดือนไปจนกระทั่งถึง 1 ปี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา รวมทั้งสภาพของผิวแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน เช่น ตากแดดโดยไร้การป้องกันบ่อยแค่ไหน, ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ หรือสูบบุหรี่หรือไม่, มักถูผิวหน้าด้วยความรุนแรงหรือไม่, ดื่มน้ำเพียงพอหรือไม่ เป็นต้น จึงขอสรุปได้ว่า ร้อยไหมเหมาะสำหรับผู้เข้ารับบริการที่มีอายุ 25 – 35 ปี ส่วน HIFU เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป

ร้อยไหมต้องดูแลให้ดี มิฉะนั้นพังพืดจะมาเยือน

ในเรื่องของการร้อยไหมอาจส่งผลให้เกิดพังผืดได้ ถ้าผู้เข้ารับบริการไม่ดูแลตัวเองให้ดี ตามที่คุณหมอแนะนำ แต่ถ้าคุณดูแลตัวเอง พร้อมปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดปัญหาอะไรทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ถ้าคุณอยากทำ hifu กับ ร้อยไหม คุณจะต้องเป็นคนที่ดูแลตัวเองในระดับหนึ่งเลยทีเดียว โดยคุณก็ไม่ต้องดูแลตัวเองมากเท่าไหร่นักหลังจากที่เข้ารับบริการไป เพียงแต่ก็จะมีข้อห้ามที่จะทำให้ผลลัพธ์ของการทำ hifu กับ ร้อยไหม ให้ยืนนานมากขึ้น

นั่นก็คือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามสูบบุหรี่ พยายามหลีกเลี่ยงผิวไม่ให้โดนแสงแดดโดยตรง ไม่ถูหน้าอย่างรุนแรง เป็นต้น ซึ่งก็เป็นขั้นตอนการดูแลตัวเองที่ไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก และก็เป็นสิ่งที่ ผู้เข้ารับบริการหลายๆคน ก็ทำกันอยู่แล้วด้วย โดยถ้าคุณผู้อ่านไม่แน่ใจ ว่าจะเลือกทำ HIFU หรือเลือกทำร้อยไหมดี ก็สามารถเลือกคลินิกที่น่าสนใจได้ ไม่ว่าจะทั้งในเรื่องของการบริการ, ค่าบริการที่คุ้มค่าคุ้มราคา, ความน่าเชื่อถือ, ความสะอาดของคลินิก แล้วก็เข้าไปปรึกษากับคุณหมอโดยตรงก่อนก็ได้ ถ้าคุณไม่พอใจ ก็เพียงแค่เปลี่ยนที่ใหม่ โดยที่ยังไม่ต้องเสียเงินเพราะว่าคลินิกเสริมความงามในปัจจุบันนี้ ก่อนที่ผู้เข้ารับบริการจะใช้ผลิตตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย ก็จะต้องมีการปรึกษาพูดคุยกับคุณหมอเสียก่อน แต่ถ้าคุณเข้าไปพูดคุยแล้วพบว่า น่าสนใจในทุกๆ หัวข้อในทุกๆ ที่คุณต้องการก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้เลย แล้วคุณหมอก็จะได้ให้คำปรึกษาคุณว่า การทำหัตถกรรมแบบไหน ถึงจะเหมาะกับใบหน้าของคุณมากที่สุด สุดท้ายนี้ก็ขอให้คุณเป็นคนเลือกการทำหัตถกรรมที่เหมาะกับตัวเอง และออกมาสวยสมใจใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีความมั่นใจนะคะ