ฟิลเลอร์

10 ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ ที่ควรทำตามอย่างเคร่งครัด

เมื่อการฉีดฟิลเลอร์เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย หลายๆ คนนิยมไปฉีดตามจุดบกพร่องของตัวเองเช่น ขมับ ใต้ตา ปาก แต่รู้หรือไม่ว่าหลังการฉีดมีข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ อะไรบ้างที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด วันนี้เรามีข้อปฏิบัติที่ต้องทำตาม ห้ามลืมและห้ามละเลย มีอะไรบ้างไปดูกัน
ในการทำฟิลเลอร์แต่ละครั้งแพทย์ต้องตรวจสอบซักถามประวัติของผู้เข้าใช้บริการว่ามีอาการแพ้อะไรหรือเปล่า เคยมีประวัติด้านการศัลยกรรม หรือหัตถการอื่นๆหรือไม่ และผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องการเกิดแผลเป็นในจุดต่างแบบคีลอยด์หรือไม่เพราะสาเหตุหลายๆอย่าง หรือบางปัจจัย ผู้เข้าใช้บริการก็เลือกที่จะไม่บอกแพทย์เพราะคิดว่าไม่สำคัญ แพทย์จึงต้องซักถามรายละเอียดค่อนข้างเยอะ แม้การฉีดฟิลเลอร์จะเป็นการหัตถการไม่เหมือนการทำศัลยกรรม

1.ดื่มน้ำมากๆ

เพราะฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่เข้าได้เป็นอย่างดีกับน้ำเปล่า ดังนั้นเมื่อมีการฉีดฟิลเลอร์มาแล้วคุณควรดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อเป็นการช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำและเติมเต็มได้เป็นอย่างดีและด้วยความที่เป็นสารเติมเต็มที่สกัดจากธรรมชาติการดื่มน้ำให้ได้วันละอย่างน้อยสิบสองแก้วยังเป็นการช่วยให้ร่างกายชุ่มชื่น และตัวฟิลเลอร์ได้รับน้ำอย่างเต็มที่ จึงส่งผลให้ใบหน้ามีความเต่งตึงอย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้นใครที่พึ่งฉีดฟิลเลอร์ ก็อย่าลืมดื่มน้ำให้มากๆ กันด้วย ซึ่งนอกจากจะเป็นผลดีต่อการฉีดแล้ว ยังเป็นผลดีต่อสุขภาพด้วยเช่นกัน

2.หลีกเลี่ยงการแว๊ก การถอนขน

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ เมื่อฉีดฟิลเลอร์มาใหม่ๆ ผิวหน้าจะมีความบอบบางมากกว่าปกติ ดังนั้นการแว๊กซ์หรือการถอนขนในช่วงนั้นควรงดเสียก่อน เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บจนกระทั่งเกิดแผลทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้นได้ ควรงดไปสักสองหรือสามวัน ไม่เพียงแค่การแว๊กซ์หรือถอนขน แม้แต่การกัดสีขน สีผมที่จะเป็นการทำให้ระคายเคืองก็เช่นกัน ดังนั้นอย่าเผลอไปทำเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะต้องเกิดผลเสียตามมาแน่นอน

3.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่

การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ส่งผลกระทบกับฟิลเลอร์แต่อย่างใด เพียงแต่การดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะทำให้คุณอาจไม่มีสติ และหากคุณฉีดฟิลเลอร์ไว้ที่ขมับแต่คุณเมาจนลืมว่าต้องนอนหงายแล้วคุณนอนคว่ำหรือนอนเอามือหนุนแล้วไปโดนจุดที่ฉีดไว้ ตื่นมาตอนเช้า ขมับเกิดผิดรูปขึ้นมาละก็เรื่องใหญ่แน่ๆ ต้องกลับไปหาคุณหมอเพื่อให้คุณหมอดูว่าจะแก้ไขได้อย่างไร ส่วนการสูบบุหรี่ก็มีผลคล้ายๆ กัน หากคุณฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับเอาไว้แล้วคุณเผลอไปดูดบุหรี่ รูปปากที่แพทย์ทำไว้ให้คุณอาจเสียรูปทรงได้ ดังนั้นควรงดไปสักหนึ่งสัปดาห์เพื่อให้รูปปากยังคงอยู่ได้นั่นเอง

4.งดใช้ยาที่เกี่ยวข้องกับโรคเลือด

เป็นอีกข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ ที่ต้องทำตาม เพราะยาบางตัวมีฤทธิ์ที่ทำเลือดแข็งตัวเร็ว เวลาที่แพทย์ฉีดฟิลเลอร์เข้าไปแล้วจะทำให้เกิดการแข็งตัวที่เร็วกว่าปกติ และจะก่อให้การแข็งตัว จนทำให้เกิดรอยช้ำที่ยาวนานกว่าคนที่ไม่ได้รับยาประเภทนี้ เพื่อเป็นการเลี่ยงการเกิดจ้ำช้ำ อย่างน้อยควรงด อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ทั้งก่อนฉีดฟิลเลอร์และหลังการฉีดฟิลเลอร์

5.เลี่ยงแสงแดด และความร้อน

อย่างที่ทราบว่าแดดเมืองไทยร้อนมาก ดังนั้นเมื่อฉีดฟิลเลอร์เสร็จแล้วควรนั่งพักให้ที่เย็นๆสักครู่ หรือเป็นไปได้ควรนัดหมอในช่วงบ่ายค่อนไปทางเย็นเพราะอากาศไม่ร้อนมาก และความร้อนจากการทานอาหารที่ต้องอยู่หน้าเตานานๆก็ไม่ควรเช่นกันเพราะฟิลเลอร์จะสลายได้เร็วเมื่อเจอความร้อนจัดๆ เพราะอย่างที่บอกว่าฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มจากธรรมชาติ ชื่นชอบน้ำไม่ชอบความร้อนดังนั้นต้องระวังเป็นอย่างมาก

6.งดวิตามิน หรือครีมที่มีกรดผลไม้

เพราะวิตามินบางตัว ประเภทวิตามินอี หรือสารสกัดที่มีวิตามินเยอะๆ จะส่งผลให้เกิดการช้ำได้ง่าย แต่ทั้งนี้ไม่ได้มีผลกับการสลายของฟิลเลอร์แต่อย่างใด เช่น สารสกัดจากใบกิงโกะ กระเทียม น้ำมันพริมโรส หรือโสมเป็นต้นและบรรดาครีมบำรุง หรือโฟมล้างหน้าที่ AHA  BHA เหล่านี้ก็ให้งดเช่นกันเพราะสารเหล่านี้จะทำให้เกิดการระคายเคืองได้แพทย์จะแนะนำให้งดใช้ไปก่อนชั่วคราว

7.ไม่สัมผัสบริเวณที่ฉีด

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ อีกหนึ่งอย่างก็คือไม่ควรสัมผัสบริเวณที่ฉีดเด็ดขาด โดยหากมีอาการคันยุบยิบๆ หลังจากการฉีดฟิลเลอร์คุณควรแจ้งแพทย์เพื่อป้องกันปัญหาเวลาที่คุณเผอเรอ ลืมตัวไปเกาทันที จนอาจทำให้เกิดการผิดรูปได้ เพราะฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่มีน้ำเป็นส่วนหลัก หากมีการเกาหรือจับแรงๆ จะเหมือนเป็นการดันสารให้ไปในทิศทางที่คุณเกาหรือจับแรงๆได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวต้องพยายามไม่จับไม่เกาเป็นอันขาด

8.งดออกกำลังกาย

ไม่ใช่ว่างดออกตลอดไป แต่ในช่วงที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาใหม่ๆ ไม่ควรทำ เพราะการออกกำลังกายเป็นการกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปทั่วร่างกาย และเมื่อเลือดสูบฉีดมากๆเข้าในจุดที่คุณฉีดฟิลเลอร์มาก็จะมีอากการแดงเห่อ และเหงื่อที่ออกจากการออกกำลังกายก็จะทำให้ร่างกายขาดน้ำ หากคุณฉีดฟิลเลอร์ที่ร่องแก้มเมื่อคุณออกกำลังกายมากๆ อาจส่งผลให้ ฟิลเลอร์เสียรูปทรงจากการกระแทกได้เช่นกัน

9.งดทำเลเซอร์ ทรีทเม้นต์

การทำเลเซอร์ในจุดที่มีการฉีดฟิลเลอร์นั้นจะส่งผลให้เกิดการระคายเคืองได้ เพราะการเลเซอร์นั้นให้ความร้อนที่สูงในจุดที่ฟิลเลอร์ไว้ผิวจะมีความบางอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรืออักเสบได้ การเข้าห้องซาวน่าก็เช่นกันส่วนการทำทรีทเม้นต์ต้องมีการนวดหน้าสัมผัสใบหน้าแรงๆอาจทำให้เกิดการผิดรูปของใบหน้าได้

10.ประคบเย็นได้

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ อีกอย่างหนึ่งก็คือให้ประคบเย็นนั่นเอง โดยหลังการฟิลเลอร์แต่ละจุดคุณสามารถที่จะประคบเย็นเพื่อช่วยให้ลดอาการบวมในบางจุดได้ เพียงมีเจลสำหรับประคบร้อนหรือเย็นก็เพียงพอ แต่ไม่ควรใช้น้ำแข็งประคบโดยตรงเพราะตัวน้ำแข็งมีอุณหภูมิที่เย็นจัดทำให้เลือดแข็งตัวเกินไป และบางครั้งน้ำแข็งที่เราไม่ได้ทำเองก็ไม่อาจมั่นใจเรื่องความสะอาดได้

ในการทำฟิลเลอร์หากมีอาการปวดเกิดขึ้นสามารถที่จะทานยาแก้ปวด เพื่อลดอาการได้เลย และรอยเขียวช้ำทั้งหลายคุณไม่ต้องตกใจไป เพราะสามารถหายได้เองภายในหนึ่งถึงสองวัน และใครที่ชื่นชอบการแต่งหน้าไม่ต้องกลัวว่าหลังจากฉีดฟิลเลอร์มาแล้วหน้าจะโล้นต้องปล่อยหน้าสด เพราะสามารถแต่งหน้าได้ทันทีที่ทำเสร็จคราวนี้ได้ใบหน้าที่เป๊ะอย่างใจแน่นอน และสิ่งที่ควรรู้อีกอย่างซึ่งสำคัญมาก การฉีดฟิลเลอร์ควรทำกับแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาต และไม่ใช่หมอที่ไปกระทำการที่บ้านหรือคอนโด หากคุณเข้าใช้บริการครั้งแรกควรไปทำที่คลินิกที่คุณหมายตา และแพทย์ก็ต้องมีใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกกฎหมายและการฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุดนั้นก็จะมีข้อปฏิบัติคล้ายๆกัน เพียงแค่ที่เน้นมากๆคือการสัมผัสตรงจุดที่ทำฟิลเลอร์ที่แพทย์จะสั่งห้ามค่อนข้างมาก เพราะในบางเคสต้องเสียเวลาสลายฟิลเลอร์แล้วฉีดใหม่ซึ่งทำให้เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก และยังส่งผลให้เสียเวลา ทั้งอาจทำให้จุดที่มีการฉีดมากๆยังบอบช้ำทำให้หายได้ช้าอีกด้วย
ข้อห้ามและข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ ที่เราหามานั้นต้องทำอย่างเคร่งครัด เพราะฟิลเลอร์เป็นสารเติมแต่งสามารถสลายได้ และยังสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วย ดังนั้นหากไม่อยากเสียเงินหลายต่อก็ต้องพยายามอดใจเอาไว้ ไม่เช่นนั้นหากเกิดปัญหาขึ้นในระหว่างที่คุณไปงานอาจต้องไปไกลกว่าที่ที่คุณฉีดฟิลเลอร์ไว้ การแก้ปัญหาก็ยากเช่นกัน