ร้อยไหม

ร้อยไหม ยกหางตา คืออะไร และข้อควรระวังที่ต้องรู้

พออายุเยอะขึ้น ริ้วรอยเริ่มมีเพิ่มมากขึ้น ความหย่อนยานก็เริ่มมาเต็มไปหมด การใช้ครีมบำรุงผิวอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แถมยังเห็นผลช้า หรืออาจไม่เห็นผลเลย แต่ในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยยกกระชับผิวให้ดูหน้าเรียว ไร้ริ้วรอย แต่ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด  ด้วยนวัตกรรมการร้อยไหม เป็นการนำไหมละลายสอดเข้าใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื้อบริเวณนั้น ๆ กระชับตัวขึ้น เรามาทำความรู้จักการร้อยไหม ยกหางตา กันดีกว่าค่ะ ว่าคืออะไร ทำแล้วมีข้อควรระวังอะไรบ้างที่ต้องรู้ไปดูกัน

ร้อยไหม ยกหางตา คืออะไร

ร้อยไหม ยกหางตา คือ การร้อยไหมละลายหลายร้อยเส้นสอดเข้าใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการอักเสบบริเวณใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังผลิตการสร้างคอลาเจนขึ้นมาใหม่รอบ ๆ เส้นไหมที่ถูกร้อยเข้าไป ผิวบริเวณที่ถูกร้อยลงไปก็จะดูเต่งตึงยกกระชับ แถมเลือดเข้ามาเลี้ยงบริเวณที่ร้อยไหมได้เป็นอย่างดี ทำให้หน้าดูอมชมพูมีเลือดฝาด และไม่ต้องกลัวว่าไหมจะตกค้างอยู่ใต้ผิว เพราะไหมจะละลายหายไปภายใน 8 เดือน ไหมละลายมีให้เลือกใช้หลายชนิด แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ ไหมไหมละลาย  PDO  จากโพลีไดออกซาโนน (Polydioxanone) ซึ่งเป็นไหมตัวเดียวกันกับการเย็บแผลผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ผ่านการรับรองมากจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ (อย.) ทำให้คุณสบายใจเลยว่าปลอดภัยกับผิวของเราอย่างแน่นอน

การยกหางตาด้วยวิธีนี้ ได้ผลจริงหรือ

การร้อยไหมเป็นการยกกระชับเพียงชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งการร้อยไหม ยกหางตาแต่ละครั้งจะอยู่ได้ อย่างน้อย 1 – 2 ปี และอาจจะกับมาหย่อยคล้อยบ้างหลังทำได้ 6 เดือน ซึ่งอาจจะต้องเข้ารับบริการการร้อยไหมเพิ่มอีก เพื่อยืดอายุการร้อยไหมให้นานขึ้น ช่วงร้อยไหมใหม่ ๆ หน้าจะบวม หลังจากที่ทำได้ 24 – 48 ชั่วโมง และจะค่อย ๆ ยุบลงเรื่อย ๆ การร้อยไหมแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน เพราะแพทย์จะดูโครงหน้าของแต่ละคนว่าจะร้อยไปในทางไหน ก่อนทำการร้อยไหมแพทย์จะทายาชาก่อน 30 – 45 นาที หลังจากนั้นแพทย์จะค่อย ๆ ร้อยไหมจากปลายเข็มเข้าไปยึดตามเนื้อเยื้อของผิว อาจจะมีเจ็บบ้างเล็กน้อยบริเวณที่ถูกร้อยไหม มีอาการช้ำและบวมแดงบริเวณที่ทำเล็กน้อย และจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ หน้าก็จะสวยยกกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ข้อดีของการร้อยไหม เพื่อยกหางตา

เรามาดูข้อดีของการร้อยไหม ยกหางตากันเลย ว่ามีข้อดีอย่างไรบ้าง เพื่อคุณจะได้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าควรร้อยไหมเพื่อยกหางตาดีหรือไม่

  • การร้อยไหมจะทำให้หน้าดูเรียวขึ้น หน้าดู V-shape มากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัว
  • ใบหน้าเป็นกรอบที่ชัดขึ้น ลดการมีเหนียงใต้คาง และใต้ตา หลังจากการทำเสร็จทันที
  • ช่วยกระตุ้นให้คลอลาเจนใต้ผิวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกกระชับผิวให้เต่งตึงขึ้นในทันที จึงทำให้คุณมีผิวสวยกระชับ ไม่หย่อนคล้อยนั่นเอง
  • ทำให้ผิวเต่งตึงยกกระชับ โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอให้เจ็บตัว ซึ่งการร้อยไหมเป็นการนำเส้นไหมเข้าไปใต้ผิวหนังและให้ไหมยึดเกี่ยวกับเนื้อเยื่อและยกใบห้าให้ตึงขึ้นมา โดยไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัว
  • การร้อยไหม จะช่วยกระตุ้นเส้นเลือดใต้ผิวหนัง ให้ไหลเวียนดีขึ้น ทำให้หน้าเต่งตึงอมชมพูอย่างเป็นธรรมชาติ ใครอยากมีใบหน้าที่สวยใสและดูเป็นธรรมชาติต้องร้อยไหมกันเลย

ใครบ้างที่ควร ร้อยไหม ยกหางตา

สำหรับการ ร้อยไหม ยกหางตา เหมาะกับใครที่เริ่มมีรอยย่นใต้ตา หางตามีริ้วลอยร่องลึก มีถุงน้ำใต้คตา ไม่เต่งตึง หรือปรับโครงหน้าให้เรียวกระชับได้รูปมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุตั้งแต่ 25 – 35 ปีขึ้นไป หรือใครที่ยังอายุไม่ถึงแต่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ก็สามารถทำได้เช่นกัน ส่วนใครที่มีรอยย่น หย่อนคล้อยมาก ๆ ควรจะทำโบท็อกซ์ หรือฟิลเลอร์ร่วมด้วย จะช่วยแก้ปัญหาได้ทั้งหมด

ข้อควรระวังในการร้อยไหมที่ต้องรู้

การร้อยไหมเป็นการทำศัลยกรรมที่นิยมกันอย่างมาก เพราะเป็นการยกกระชับหน้าสวยได้รูป โดยไม่ต้องเจ็บตัวมาก แถมราคาก็ไม่สูง ทำให้เป็นที่นิยมกับทุกเพศทุกวัย แต่ก่อนที่จะทำการร้อยไหมเราควรศึกษาข้อควรระวังในการร้อยไหมก่อนการตัดสินใจ

  • การร้อยไหมอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ใบหน้ามีรอยคลื่น หรือผิวยับ ซึ่งเกิดจากเทคนิคการร้อยไหมของแพทย์ แต่ถ้าเลือกทำกับหมอที่มีความชำนาญและเป็นมืออาชีพ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีปัญหานี้มากนัก
  • มีอาการบวมแดง และปวดบริเวณที่ทำการร้อยไหม หรือมีอาการแดงมากกว่าปกติ อันเกิดจากการติดเชื้อ จากอุปกรณ์และการดูแลหลังจากการร้อยไหมไม่ดีพอ ทำให้ผิวเกิดการอักเสบ หากใครอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ทันที
  • การทำร้อยไหม จะเห็นผลทันทีที่ทำเสร็จ แต่ใช่ว่าการร้อยไหมจะไม่เจ็บ อย่างที่หลายคนเข้าใจ หลังจากร้อยไหมจะมีอาการระบมบริเวณที่ถูกร้อยไหม ซึ่งเป็นเรื่องปกติซึ่งอาการจะค่อย ๆ หายไปภายใน 1 – 2 สัปดาห์

ก่อนไปร้อยไหมควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนการตัดสินใจ และที่สำคัญควรเลือกคลินิกที่ผ่านการรับรองและได้มาตรฐาน ไหมที่ใช่ต้องไม่มีส่วนประกอบของโลหะหนัก เช่น เงิน ทองคำ ซึ่งโลหะหนักจำพวกนี้ไม่สามารถละลายได้หมด ทำให้มีสารโลหะตกค้างในผิวของเราได้


เตรียมตัวอย่างไรดี ก่อนไปร้อยไหม

สำหรับการเตรียมตัวก่อนไปร้อยไหม ยกหางตา ก็มีวิธีการเตรียมตัวดังต่อไปนี้

  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงการทำการร้อยไหม หรือหากไม่ดื่มเลยตลอดทั้งสัปดาห์จะดีมา
  • ก่อนไปร้อยไหมควรงดยา วิตามิน และอาหารเสริมต่าง ๆ ที่มีผลต่อการทำงานของเกร็ดเลือดและการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง
  • ผู้ใดที่เป็นแผลคีลอย์ หรือโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดขั้นรุนแรง ไม่ควรทำการร้อยไหม เพราะอาจมีผลข้างเคียงตามมา
  • ก่อนจะทำการตัดสินใจไปร้อยไหม ควรไปปรึกษาแพทย์ก่อน ว่าสภาพผิวของเราควรทำการร้อยไหมชนิดไหน และเหมาะกับการใช้ไหมกี่เส้นต่อการทำต่อครั้ง เพื่อให้ได้ผลตามที่ได้ตั้งใจไว้

การดูแลตัวเองหลังร้อยไหม

  • พยายามอย่าให้แผลโดนน้ำอย่างน้อย 3 วัน เนื่องจากการร้อยไหมจะเปิดรูร้อยเข็มประมาณ 1 – 2 จุด เพื่อทำการร้อยไหมเข้าใต้ผิวหนัง หลังจากทำรูที่เปิดจะยังไม่จางหายไปในทันทีทำให้ เมื่อโดนน้ำน้ำจะซึมเข้าสู่แผลที่ทำการร้อยไหมและอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือการอักเสบของผิวตามมาก ซึ่งรูที่เปิดร้อยไหมจะจางหายไป 1 – 3 วัน
  • หลังจากที่ร้อยไหม อาจมีอาการอักเสบของผิว ควรรับประทานยาแก้อักเสบ และยาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์ได้แนะนำ -และสามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม อักเสบได้
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของหมักดองทุกชนิด หลังทำเสร็จประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อลดอาการบวมอักเสบของผิวหนัง
  • งดกิจกรรมที่ต้องอ้าปากกว้าง ๆ สัก 2 สัปดาห์ เพื่อให้ไหมล็อคตัวเข้ากับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ท่านใดที่อยากจะไปยกกระชับผิว ร้อยไหม ยกหางตา ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนการตัดสินใจ ตรวจสอบข้อดีข้อเสียว่ามีอะไรบ้าง และเมื่อทำแล้วมีผลข้างเคียงเช่นไร ก่อนตัดสินใจทำ เพื่อที่ทำมาแล้วได้ผลตรงตามต้องการ และที่สำคัญควรเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ จะสวยทั้งทีก็ต้องเลือกให้ดีที่สุด