ร้อยไหม

ร้อยไหมก้างปลา ช้อเสียมีหรือไม่ เช็คด่วน! ก่อนทำ

ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งประโยคนี้ใช้ได้ดีกับทุกๆ คนที่อยากดูแลตัวเอง ให้มีความอ่อนเยาว์ไว้เสมอ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์จึงได้พัฒนาเทคโนโลด้านเสริมความงามหรือศัลยแพทย์ให้ก้าวไกล จนกระทั่งได้พบเทคนิคชนิดใหม่ที่ได้รับความนิยมมากๆในปัจจุบัน นั่นก็คือ การร้อยไหมด้วยไหมชนิดที่ละลาย นับว่าเป็นแนวทางศัลยแพทย์แบบใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยไม่ใช้เวลาไม่นานไม่ต้องผ่านมีดหมอ ฟื้นตัวเร็ว เห็นผลค่อนข้างชัดเจน หรือแม้กระทั่งค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากนัก แต่เมื่ออ่านๆดูแล้ว ก็ดูเหมือนจะมีแต่ข้อดี วันนี้เรามาดูข้อเสียของการร้อยไหมดูบ้าง และโดยเฉพาะ การร้อยไหมก้างปลา ว่าร้อยไหมก้างปลา ข้อเสีย นั้นเป็นอย่างไร และมีวิธีเตรียมตัว และรับมือกับข้อนั้นอย่างไรบ้าง

ร้อยไหมก้างปลา ข้อเสียมีอะไรบ้าง

ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักเทคนิคการร้อยไหมก้างปลาคร่าวๆเสียก่อน โดยที่มาของชื่ก้างปลาก็คือ ลักษณะไหมชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นเงี่ยงเพื่อเอาไว้ยึดเกราะดึงหน้า โดยชื่อนี้ถูกเรียกโดยแพทย์ไทย อย่างเช่น ไหมปิรันย่า ไหมจระเข้ ไหมเงี่ยงกุหลาบ ไหมปากฉลาม ไหมมังกร ไหมทับทิม เป็นต้น โดยจะเรียกชื่อตามลักษณะของไหมชนิดนั้นๆ แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมากนัก เพียงแต่ว่าไหมเหล่านี้มีลักษณะเป็นเงี่ยงๆ

ข้อเสียของการร้อยไหมก้างปลา

1.ผลลับที่อาจจะได้ไม่ได้ดั่งโฆษณา – โดยปกตินั้นไหมจะมีอายุราวๆ 4 เดือน ถึง 2 ปี แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ร้อยด้วย แต่ในขณะที่ไหมยังละลายไม่หมดนั้น สำหรับบางคน เมื่อร้อยไหมชนิดนี้ผ่านไป 7-8 เดือน ผิวก็อาจจะหลุดจากเส้นไหมได้ ส่งผลให้ผลลับอาจจะไม่เป็นไปตามดั่งใจหวัง และสำหรับไหมละลายที่มีคุณสมับติอยู่ได้นานๆ แต่ก็ไม่ได้ดีเสมอไป เพราะไหมอาจจะเคลื่อนที่และถึงขั้นทะลุออกมาทางผิวหนังได้

2.เสี่ยงอาจเกิดรอยแผลเป็นจากไหมก้างปลา – ลักษณะสำคัญของไหมก้างปลานั้นมีลักษณะเป็นเงี่ยงๆ เพื่อทำหน้าที่ยึดติดผิวในให้ไปในทิศทางที่เราต้องการได้ โดยเฉพาะถ้ากับแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญแล้ว อาจจะเกิดทำให้เกิดริ้วร้อยตามแนวร้อยไหมได้

3.ความเสี่ยงที่ทำให้ผิวหน้าเราผิดรูปได้ – เทคนิคการร้อยไหมนั้น เพื่อไปกระตุ้นการเซลล์เพื่อสร้างคอลลาเจน แต่ถ้าขาดความชำนาญร้อยไหมอยู่ในแนวที่ไม่ถูกต้องและละเอียดพอ อาจจะส่งผลทำให้เกิดผังผืดได้ โดยไหมอยู่ในชั้นผิวที่ตื้นเกินไปส่งผลทำให้การดึงผิวผิดรูปได้

4.เทคนิคร้อยไหม ไม่ได้ตอบโจทย์ทุกๆเรื่อง – สำหรับคนที่มีรูปร่างใบหน้าที่มีลักษณธแก้มตอบนั้น เราไม่แนะนำให้ร้อยไหมเพราะ สำหรับคนที่มีโหนกแก้มที่ใหญ่และเด่นชัด การร้อยไหมจึงไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก เพราะการร้อยไหมจะทำให้หน้าเราตึงขึ้น และจะส่งผลทำให้โหนกแก้มของเราเด่นชัดมากยิ่งขึ้นไปอีกจนเสียความมั่นใจได้ สำหรับผู้ที่มีโหนกแก้มแนะนำปรับรูปหน้าด้วยวิธีอื่นดีกว่า ดั่งการทำฟิลเลอร์แก้มตอบนั้นเอง

5.ผิวไหม้จากไหมที่ไม่ได้มาตรฐาน – ในปัจจุบันนั้นไหมที่ถูกต้องที่สุด จะต้องไม่มีผสมโลหะลงไป และคุณสมบัติที่ดีอีกอย่างก็คือไหมนั้นต้องละลายได้หมดแบบ 100%  แต่บางที่อาจจะมีความเชื่อแบบผิดๆ หรือขาดความรู้เรื่องไหม ไปใช้ไหมทองคำ ที่มีส่วนผสมของทองคำ โลหะ และเมื่อคนๆนั้นไปทำการสแกน , เอ็กซ์เรย์ , เอ็มอาร์ไอ จะส่งผลทำให้โลหะบนไหมเราดูดความร้อน ก็จะส่งผลทำให้ผิวไหม้ได้อีกเช่นกัน

6.เทคนิคการร้อยไหม ไม่ใช้คำตอบของใบหน้าที่สวยเสมอไป – เมื่อเราไปเจอคลินิค หรือแพทย์ที่ขาดความชำนาญ ซึ่งบางคนใช้การร้อยไหมแทนการเติมฟิลเลอร์ สำหรับเคสแบบนี้ควรที่จะหลีกเลี่ยง เช่น การเติมใต้ตาร่องแก้มซึ่งต้องใช้ไหมปริมาณมากๆ และจำให้เกิดผังผืด และปัญหาที่จะตามมาอีก ฉะนั้นจะเห็นว่าบางจุดบนใบหน้าการร้อยไหมนั่น อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด ยกเว้นในรายที่ร่างกายไม่ตอบสนองต่อโบท็อก ที่มีความประสงค์จะแก้ริ้วรอยเล็กๆ เช่นหางตา หน้าผาก ลักยิ้ม เป็นต้น

7.ควรเลือกคลินิคแพทย์ที่มีความชำนาญสูง – แน่นอนว่าการร้อยไหมนั้น คนส่วนจะประสบปัญหาหน้าบวมหลังจากการรอยไหมค่อนข้างสูง ซึ่งไม่ใช่เพียงการร้อยไหมเท่านั้น บางรายต้องฉีดยาชา รวมถึงเลือดที่ไหลออกภายใต้ผิวหนัง โดยความบวมช้ำนั้นจะเกิดหนักๆในช่วง 3-4 วันแรก และจะให้หายภายใน 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้อาการหน้าบวมช้ำจะหายได้ไวก็ต้องขึ้นอยู่กับความขำนาญของแพทย์ด้วย

เตรียมตัวก่อนทำอย่างไร เพื่อลดข้อเสีย

จากร้อยไหมก้างปลา ข้อเสีย และผลกระทบจากการร้อยไหมก้างปลา เพื่อนๆที่กำลังมีแพลนร้อยไหมก้างปลาก็ไม่ต้องกังวล เรามีวิธีการเตรียมตัวเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดกับตัวเราได้ครับ

1.ไม่แพ้ยา หรือมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับเลือด – สำหรับใครก็ตามที่กำลังจะวางแผนร้อยไหมด้วยก้างปลา หรือชนิดอื่นๆก็ตาม ควรสำรวจตัวเองให้แน่ใจก่อนว่าไม่เป็นแผลคีลอยด์ (แผลที่มีลักษณะนูนและใหญ่) ไม่แพ้ยาชา และไม่มรอาการผิดปกติเกียวกับบแข็งตัวของเลือดรุนแรง

2.งดยา อาหารเสริม – ก่อนทำการร้อยไหมก้างปลา หรือร้อยไหมนั้น เราควรงดยา อาหารเสริม และที่สำคัญวิตามินที่ส่งผลต่อการทำงานของเกร็ดเลือด การแข็งตัวของเลือด โดยการงดยาประเภทแอสไพริน อาหารเสริมประเภทวิตามิน ยาพาวิก อย่างน้อยๆ 1-2 สัปดาห์ก่อนการร้อยไหมนั้นเอง

3.ประจำเดือน – ถึงแม้เราจะปักหมุดวางแพลนไว้แล้วบนปฏิทินก็ตาม แต่เมื่อใดที่ประจำเดือนเรามารบกวนแล้วละก็ เราควรยกหูโทรศัพท์โทรหาคลินิคและเลื่อนนัดเสีย เพราะเราต้องหลีกเลี่ยงการร้อยไหมในขณะที่มีประจำเดือน

ดูแลตัวเองหลังทำอย่างไร เพื่อลดความเสี่ยง

1.ประคบเย็น – สำหรับใน 1-2 วันแรก หลังทำการร้อยไหมเสร็จนั้น ควรหมั่นประคบเย็นโดยใช้ผ้าห่อน้ำแข็งค่อยๆประคบทุกๆ 4 ชม. บ่อยๆในช่วง 3 วันแรกหลังทำ เพื่อลดอาการบวม ช้ำ และถ้าเราหมั่นทำอย่างเคร่งครัด อาการปวดก็จะหายได้เร็วยิ่งขึ้น

2.งดแต่งหน้า หรือทำอะไรเกี่ยวกับหน้า – ข้อนี้นั้นค่อนข้างสำคัญมากๆ ท่องเอาไว้ว่าอดเปรี้ยวไว้กินหวานฉันจะสวยหล่อในไม่ช้า ฉะนั้นช่วงนี้หลีกเลี่ยงการล้างหน้า แต่หน้า ง่ายๆคือเราจะไม่ทำให้อะไรเกี่ยวกับผิวหน้าเด็ดขาด อย่างน้อยๆ 2-3 อาทิตย์ แต่ถ้าจำเป็นต้องล้างหน้าแนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด และลูบเบาๆ หรือแม้กระทั่งจำเป็นต้องแต่งหน้าก็ทำได้เพียงเขียนคิ้ว ทาปาก อายไลน์เนอร์ แต่ไม่ควรลงรองพื้น

3.ควบคุมการกินงดของแสลง – ของแสลงนั้นมีอะไรบ้างและคืออะไร ของแสลงก็คือของกินจำพวกอาหารทะเล เครื่องดื่มที่มีแอลกฮอลล์ ของดอง ยาแอสไพริน วิตามินอี เพราะว่าของแสลงข้างต้นจะส่งผลทำให้ผิวหน้าเราช้ำมากขึ้นได้

4.ยาแก้อักเสบ – สำหรับบางคนที่รู้สึกทนกับอาการปวดช้ำไม่ไหวนั้น ในช่วงอาทิตย์แรกนั้นแนะนำให้ทานยาแก้อักเสบดักไว้เลยทันที เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการร้อยไหม เช่นบวม ช้ำ ปวด

5.นอนให้ถูกท่า – พูดถึงท่านอนนั้นอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่เราควรให้ความสำคัญเพราะท่านอนที่เราควรหลีกเลี่ยงก็คือการนอนคว้ำ เพราะการนอนคว้ำจะส่งผลกระทบต่อเส้นไหมใต้ชั้นผิวหนังได้ และอีกท่าที่ควรงดก็คือท่านอนตะแคง ฉะนั้นใน 2 สัปดาห์แรกจึงแนะนำให้นอนหงายไปก่อน หรือจนกว่าหน้าจะหายระบม

รวมเรื่องน่ารู้ กับการการร้อยไหมก้างปลา

1.การร้อยไหมด้วยก้างปลาเป็นวิธีเห็นผลลับได้ชัดเจนที่สุด เนื่องจากตัวไหมมีลักษณะเป็นเงี่ยงจับยึดผิวหนังได้ดี

2.ไหมละลายที่ดีในปัจจุบันมีเพียง 3 ชนิด โดยผลิตจาก 3 วัสดุ คือ PDO PLLA PCL

3.ไหมละลายที่ดีไม่ควรมีส่วนผสมของโลหะเด็ดขาด โดยเฉพาะไหมทองคำ เป็นต้น

4.การร้อนไหมเส้นเล็กๆ ในจุดที่มีริ้วรอยเล็ก สามารถทำแทนโบท็อกได้

5.วิธีที่จะลดความเสี่ยงจากอาการบวมช้ำหลังทำการร้อยไหมได้ดีที่สุดอีกทางหนึ่งก็คือ การร้อยไหมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการหมั่นศึกษาหาความรู้ของคนไข้เองด้วย เป็นสำคัญ

จะเห็นได้ว่าการร้อยไหมกางปลา ข้อเสียก็มีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก่อนร้อยไหมควรถามตัวเองก่อน ว่ารับมือกับข้อเสียเหล่านี้ได้หรือไม่ รวมถึงต้องเตรียมพร้อมให้ดีด้วยเช่นกัน