Thermage, Ulthera

ความแตกต่างระหว่าง thermage กับ ulthera

ไปทำหัตถการทำไม ให้เสียเงินมากๆ ทาครีมแก้ริ้วรอยเอาก็ได้แล้ว ซึ่งก็ต้องขอบอกคุณผู้อ่านก่อนเลยนะคะว่า สารพัดครีมกระชับผิว ซึ่งมีสรรพคุณในการแทรกซึมเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง ให้กระชับขึ้นนั้น ความจริงแล้วสามารถช่วยชะลอได้เท่านั้น ซึ่งครีมเหล่านี้ เหมาะกับผู้ที่ยังไม่มีริ้วรอยปรากฏแต่ทาดักไว้ก่อน เพื่อคงสภาพความกระชับ หรือผู้ที่มีริ้วรอบปรากฏเพียงบางๆ เท่านั้น แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีใบหน้าเหี่ยว ยาน ปรากฏริ้วรอยร่องลึกในระดับที่มากแล้ว ครีมก็ช่วยไม่ได้ เพราะไม่มีครีมตัวไหน ที่มีพละกำลังช่วยในการเจาะลงลึกไป เพื่อช่วยในการกระตุ้นคลอลาเจนที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังได้ เนื่องจากความจริงแล้ว ครีมทั่วไปสามารถแทรกซึมได้ผ่านบนผิวชั้นบนเท่านั้น! ซึ่งเป็นชั้นนอกสุดนั่นเอง เพราะฉะนั้นถ้าคุณต้องการส่งพลังงานให้ลงลึกไปจนกระทั่งถึงชั้นโครงสร้างผิวเพื่อฟื้นฟูจากภายในแล้วล่ะก็ ในกรรมวิธีนี้คุณจำต้องพึ่งพานวัตกรรมทางการแพทย์เท่านั้น และนวัตกรรมทางการแพทย์ในปัจจุบันนี้ ที่ได้รับความนิยมมาก มีความทันสมัย มีความปลอดภัย เห็นผลจริง ในเรื่องของการกระชับผิว ประกอบด้วย 2 ตัว ด้วยกัน ได้แก่… Thermage และ Ulthera

thermage กับ ulthera ได้รับการรับรองจากสหรัฐอเมริกา

ถึงแม้ว่าความแตกต่างระหว่าง thermage กับ ulthera จะมีบ้าง แต่ทั้ง 2 ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นการทำหัตถการประเภท World Standard ซึ่งผ่านการรับรองจากสถาบันอันทรงคุณค่า จนกระทั่งกลายมาเป็นที่ยอมรับ จากองค์กรอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาอีกด้วย ซึ่งองค์กรแห่งนี้มีการตรวจสอบที่เข้มงวดมาก เพราะฉะนั้นถ้าเครื่องมือตัวไหนสามารถผ่านการรับรองไปได้ นั่นหมายถึง การการันตีผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย เห็นผลจริง และเชื่อถือได้ 100%

เพราะฉะนั้นความรู้ในส่วนนี้จึงขอสรุปก่อนว่า การทาครีมนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในขั้นเบื้องต้นเท่านั้น โดยอาจจะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของรอยดำ, รอยแดง, รวมทั้งจุดต่างๆ โดยการทาครีมก็จะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาในระดับนี้ไปได้ หากแต่ถ้าคุณมีปัญหาในระดับที่ลึกขึ้น เช่น มีริ้วรอย, มีไขมันกระจุกตัวอยู่บนใบหน้าเยอะ, มีความหย่อนคล้อยปรากฏเห็นเด่นชัดเจน โดยถ้าคุณต้องการแก้ไขในส่วนนี้ เราขอแนะนำให้คุณทำหัตถการไปเลย ตรงประเด็นซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและดีกว่า ผลลัพธ์ก็จะยิ่งคงอยู่ได้นานยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ดูแลตัวเองได้แล้ว

ความแตกต่างระหว่าง thermage กับ ulthera ยกกระชับหน้าด้วยตัวไหนดี

ในปัจจุบันนี้มีหลายปัจจัย ที่ทำให้ผิวหน้าเกิดความหย่อนคล้อยมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอายุที่เพิ่มมากขึ้น , การเผชิญหน้ากับแสงแดด, มลภาวะ, ปัญหาฝุ่นควัน เพราะนั้นเมื่อสิ่งเหล่านี้สะสมนานวันเข้า เมื่อเวลาผ่านไปก็ส่งผลให้ คอลลาเจน และอิลาสติน ที่อยู่ในชั้นผิว ก็ค่อยๆ ลดลง เมื่อลดลงมาจนกระทั่งถึงในระดับหนึ่งแล้ว ผิวของคุณก็จะไม่แน่นกระชับดังเดิมเหมือนในตอนที่สมัยเป็นสาวๆ โดยผิวที่เคยมีความกระชับตึง ก็จะค่อยๆ สูญเสียความยืดหยุ่นไปในที่สุด นอกจากนี้ยังเกิดจากการที่คอลลาเจนเริ่มมีการเสื่อมสภาพ

คอลลาเจน มีความสำคัญกับผิวมาก โดยจัดเป็นโปรตีนประเภทหนึ่ง ซึ่งจัดเป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวหนังของมนุษย์โดยทำหน้าที่คอยประสานเนื้อเยื่อของผิวหนังเข้าไว้ด้วยกัน อันมีลักษณะเป็นสายที่มีความยาว ซึ่งพบมากที่สุดในบริเวณผิวหนัง ในส่วนของผิวหนังนั้น ประกอบด้วยคอลลาเจน จัดเป็นโครงสร้างอยู่มาก เพราะฉะนั้นจึงมีทั้งแรงสปริงตัวรวมทั้งเกิดความยืดหยุ่นได้อย่างดียิ่ง ต่อมาเมื่ออายุเริ่มมากขึ้น เส้นใยของคอลลาเจน ก็ค่อยๆ เสื่อมสภาพลง จึงส่งผลทำให้แรงยืดหยุ่นที่เคยมีหายไป ส่งผลทำให้เกิดความหย่อนยานของผิวในที่สุด

มาดูกันความแตกต่างระหว่าง thermage กับ ulthera

  • Thermage คือ การใช้คลื่นวิทยุซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อชั้นผิวหนังของมนุษย์ คอยส่งผ่านความร้อนเจาะลึกเข้าไปในชั้นหนังแท้ ช่วยแก้ไขในเรื่องของคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพ เกิดความหย่อยคล้อย ให้ฟื้นคืนแข็งแรงกลับมากระชับมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเปรียบเสมือนเชือกที่ขึงตึง คอยดึงผิวให้ตึงมากขึ้นนั่นเอง อีกทั้งยังเป็นการช่วยกระตุ้น ในการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ส่งผลทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น กระชับ เรียบเนียนจนน่าสัมผัส
  • Ulthera คือการใช้คลื่น Ultrasound ซึ่งเป็นคลื่นเสียงไม่เป็นอันตรายต่อชั้นผิวหนังของมนุษย์เช่นกัน ยิงลงไปในลักษณะเป็นจุดที่มีความถี่ อีกทั้งยังมีความสามารถสูง เพราะสามารถทะลุไปจนกระทั่งถึงชั้น SMAS ได้เสมือนเป็นการเข้าไปเย็บเนื้อเยื่อในชั้น SMAS ที่เคยเหลวไม่กระชับกลับมากระชับ ซึ่งเนื้อเยื่อในส่วนนี้อยู่ใต้ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ถ้าคลื่นไม่ทะลุทะลวงก็ไม่อาจลงไปถึงชั้นนี้ได้เลย นอกเหนือไปจากที่จะต้องผ่าตัดศัลยกรรมเท่านั้น

มาศึกษาชั้นผิว SMAS กันให้เข้าใจ

สำหรับชั้นผิว SMAS นี้ มีลักษณะเป็นแผ่นเนื้อเยื่อพังผืด ซึ่งมีความเหนียวมาก อีกทั้งยังหนาอีกต่างหาก จะหลบอยู่ในบริเวณใต้ชั้นไขมันผิวหนัง เพราะฉะนั้นในยามที่ผู้เข้ารับบริการดึงหน้าทำศัลยกรรมแบบเปิดแผล นี่แหละทำลงมาจนกระทั่งถึงชั้น SMAS อธิบายแบบง่ายๆ ก็คือ ชั้นผิว SMAS เปรียบเสมือนตาข่าย ซึ่งมีหน้าที่รองรับผิวหนังบริเวณชั้นบน นั่นเอง เพราะฉะนั้นการดึงชั้น SMAS นี้ให้ตึง ก็จะส่งผลทำให้ผิวหนังชั้นบน แลดูถูกดึงให้ตึงไปด้วยนั่นเอง

ความแตกต่างระหว่าง thermage กับ ulthera แบบไหนดีกว่ากัน ?

ไม่อาจตอบได้ว่าแบบไหนดีกว่ากัน เพราะในแต่ล่ะตัวนั้นต่างก็ดีในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ดังนี้…

  • Thermage เหมาะสำหรับผู้เข้ารับบริการ ที่มีไขมันบริเวณใบหน้าเยอะ พร้อมทั้งต้องการเพิ่มความกระชับบริเวณเหนียง คอ รวมทั้งเก็บแก้มห้อย
  • Ulthera เหมาะสำหรับผู้เข้ารับบริการ ที่ผิวหนังหย่อนยาน ไขมันอาจจะไม่ได้เยอะอะไรเท่าไหร่ หากแต่ต้องการกระชับชั้นผิวให้ตึงขึ้น ยิ่งบริเวณรอบดวงตายิ่งเห็นผลดี เพราะฉะนั้นผู้เข้ารับบริการหลายคน จึงนิยมใช้ Ulthera ในการยกคิ้วและยกหนังตามาก

สรุป ความแตกต่างระหว่าง thermage กับ ulthera

และนี่คือข้อมูล ความแตกต่างระหว่าง thermage กับ ulthera ที่เราจะมาเสนอกันในวันนี้ หากแต่ถ้าถามว่าจะเลือกตัวไหนดี ไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่า ระหว่าง thermage กับ ulthera คุณเลือกทำอันไหนดี เพราะคำตอบที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าของผู้เข้ารับบริการรายบุคคลไปเท่านั้น โดยคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ มีความรู้อัดแน่นทางด้านผิวหนัง จะสามารถตอบคำถามคุณได้ โดยคุณจะต้องให้คุณหมอวิเคราะห์รูปหน้าของคุณเสียก่อน พร้อมทั้งหาต้นเหตุว่า สาเหตุใดที่ก่อให้เกิดปัญหา ทำให้ใบหน้าของคุณมีขนาดใหญ่นี้เกิดจากอะไร คุณหมอก็จะได้ให้คำแนะนำถูกพร้อมทั้งการใช้เครื่องมือที่มีความเหมาะสม ในการปรับโครงสร้างผิวหรือรูปหน้า ให้กลับมาตึง  ด้วยความเร็วและกระชับ

นอกจากนี้ การทำหัตถการนั้น ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการเลือกข้อมูลและเครื่องมือ ที่มีความเหมาะสมกับใบหน้าของคุณเท่านั้น หากแต่ยังมีความเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการปรับรูปหน้าของคุณ ให้เกิดความงดงาม ให้เป็นไปตามทิศทางกล้ามเนื้อที่เหมาะสม ก็จะทำให้โครงหน้าของคุณออกมาสวยงามได้รูป ตามแบบฉบับของตัวเอง เป็นตัวเองที่สวยขึ้น มีความกลมกลืน สมดุล กันทั้งใบหน้า โดยคุณหมอที่มีประสบการณ์สูง และรู้จักใบหน้าของผู้เข้ารับบริการ ก็จะปรับค่าพลังงานให้มีความเหมาะสมกันในแต่ละจุด ทำให้ใบหน้าของคุณมีความงดงามมากที่สุด เกิดความโดดเด่น และไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เสียหายตามมา นอกจากนี้การใช้พลังงานที่มีความเหมาะสม ยังช่วยในการลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของหน้าไหม้เพราะรับความร้อนมากจนเกินไป เป็นต้น นอกจากนี้การได้รับบริการที่พนักงานมีความใส่ใจในลูกค้า ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นคุณควรจะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ก่อนที่คุณจะทำการตัดสินใจ รวมทั้งเข้าไปดูสภาพคลินิกว่า มีความสะอาดมากน้อยแค่ไหน พนักงานยินดีต้อนรับ ใส่ใจลูกค้ามากแค่ไหน ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้ผลงานและใบหน้าของคุณออกมาดีที่สุดนั่นเองค่ะ